สอบถามทาง LINE
@nexttour

ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศลิทัวเนีย

ลิทัวเนีย มีชื่อทางการคือ สาธารณรัฐลิทัวเนีย เป็นประเทศแรกในภูมิภาค ที่ได้รับอิสรภาพจากสหภาพโซเวียต ซึ่งหลังจากวันที่ ประเทศลิทัวเนียได้พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศขึ้นมา และในที่สุดก็ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และหลังจากที่ประเทศลิทัวเนียเปิดตัวได้ไม่นานต่างก็มีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ที่เริ่มเข้าไปท่องเที่ยวในลิทัวเนียมากขึ้น ด้วยความเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของวิลนีอุส เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนียรวมถึงธรรมชาติอันงดงามซึ่งมีทั้งป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ทะเลสาบรวมไปถึงแม่น้ำลำธาร ที่เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์และเชิญชวนให้ใครต่อใครอยากมาสัมผัส

ลักษณะภูมิประเทศ

ประเทศลิทัวเนีย มีพื้นที่ 65,300 ตารางกิโลเมตร และเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย จัดได้ว่ามีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 3 ประเทศแถบบอลติก อย่าง เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าสนและเนินทราย ที่สำคัญคือ ประเทศลิทัวเนียเป็นแหล่งอำพันที่สำคัญ ตั้งอยู่กลางทวีปยุโรป ทางฝั่งตะวันออกของทะเลบอลติก ทิศตะวันออกและทิศใต้จรดเบลารุส ทิศเหนือจรดลัตเวีย และทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดโปแลนด์และรัสเซียมี เมืองหลวง กรุงวิลนีอุส

การแบ่งเขตการปกครอง

สถานภาพทางการเมืองของประเทศลิทัวเนีย ถือได้ว่ามีเสถียรภาพและเอื้ออำนวยต่อการค้าการลงทุนมากขึ้น เพราะหลังจากการถอนทหารรัสเซียออกจากลิทัวเนีย ประกอบกับชนกลุ่มน้อยชาวรัสเซียที่อยู่ในลิทัวเนียไม่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองเท่าใดนัก จึงส่งผลทำให้การบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลลิทัวเนียเป็นไปอย่างราบรื่น

ระบบการเมือง มีการปกครองของลิทัวเนีย เป็นการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ ภายใต้รัฐธรรมปัจจุบัน โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี รัฐสภาใช้ระบบสภาเดียว โดยมีประธานสภาเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

การแบ่งเขตการปกครองของประเทศลิทัวเนียประกอบด้วย 10 เทศมณฑลแต่ละแห่งแบ่งย่อยออกเป็น เทศบาล มี 3 ประเภทคือ เทศบาลนคร 9 แห่ง เทศบาลเขต 43 แห่ง และเทศบาล 5 แห่ง รวมทั้งหมด 60 แห่ง และมีเทศมณฑลทั้ง 10 แห่งของลิทัวเนีย โดยมีเมืองหลวงชื่อเดียวกัน คือ
อะลีตุส,ไคลเพดา,ชาอูเล ,ตาอูราเก,คาอูนัส ,มารียัมโปเล,เตลเช,ปาเนเวจิส ,วิลนีอุส,อูเตนา

ประชากรและวัฒนธรรม

ประเทศลิทัวเนียมีประชากรกว่า 3,596,617 คน ส่วนมากเป็นชาวลิทัวเนีย รองลงมาคือชาวรัสเซีย ,ชาวโปล ,ชาวเบโลรัสเซียส่วนการใช้ภาษาราชการคือใช้ภาษาลิทัวเนียเป็นภาษาทางการ มีบางกลุ่มที่ใช้ภาษารัสเซีย โดยประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ส่วนชาวรัสเซียในลิทัวเนียนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ ซึ่งเพราะลิทัวเนีย เคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสซีย ทำให้มีชาวรัสเซียอาศัยอยู่ในลิทัวเนียจำนวนนหนึ่ง ทำให้ประเทศนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป และมีการผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาหาร เสื้อผ้า วัฒนธรรม และประเพณี ฯลฯ
สภาพภูมิอากาศของ ลิทัวเนีย

ประเทศลิทัวเนียมีสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่างอากาศแบบชายทะเลกับแบบทวีปยุโรป จึงทำให้มีฝนตกปานกลางในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน ซึ่งสภาพภูมิอากาศของลิทัวเนีย มีความหนาวเย็น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 5.2 องศา โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ - 5.2 องศา และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนกรกฎาคมที่ 16.4 องศาเซลเซียส

โซนเวลาของลิทัวเนีย

ประเทศลิทัวเนียใช้เวลามาตรฐาน +2 ชั่วโมง ซึ่งเวลาที่ใช้ปรับตามฤดูกาลคือ +1 ชั่วโมง แต่จะชดเชยเวลาตามเขตแบ่งเวลาปัจจุบัน+3 ชั่วโมง ซึ่งการปรับเวลาไปตามฤดูกาลนั้น ประเทศลิทัวเนีย จะเริ่มปรับเวลาขึ้นในวันอาทิตย์สิ้นเดือน ของเดือนมีนาคม ในช่วงเวลา 03:00 น. ซึ่งเป็นเวลามาตรฐานท้องถิ่นและนาฬิกาจะถูกปรับเลื่อนไปข้างหน้า 1ชั่วโมงสำหรับเวลา 04:00 น. จากนั้นกำหนดการในการปรับ จะสิ้นสุดลงตามฤดูกาล

ในวันอาทิตย์สิ้นเดือนของเดือนตุลาคม ช่วงเวลา 04:00น. เป็นวันที่สิ้นสุดการปรับเวลาลงซึ่งตรงกับเวลากลางวันท้องถิ่น นาฬิกาจะถูกปรับไปข้างหลัง 1 ชั่วโมงสำหรับเวลา 03:00 น. หากเทียบระยะเวลาที่แตกต่างจากประเทศไทย ลิทัวเนียจะใช้เวลาในการเดินช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 4 ชั่วโมง

ค่าเงินที่ใช้ในลิทัวเนีย

สกุลเงินที่ใช้ในประเทศ ลิทัวเนีย ซึ่งได้เปลี่ยนจากสกุลเงิน ตัสลิทัวเนีย มาใช้เงินยูโร ซึ่ง1 ยูโร เท่ากับ 45.20 บาท ควรเช็คการแลกเปลี่ยนอีกครั้ง เพราะการขึ้นลงของสกุลเงินต่างๆ จะไม่เท่ากันในแต่ละวัน และในพื้นที่บางแห่ง อาจยังรับเงินสกุลเดิม เพราะร้านค้าตามพื้นที่นอกเมืองส่วนใหญ่ ไม่ค่อยรับเงินยูโร ซึ่งสามารถหาแลกได้ตามท้องถิ่นนั้นๆ

ระบบไฟฟ้าในประเทศลิทัวเนีย

ระบบการใช้กระแสไฟฟ้า ของประเทศ ลิทัวเนีย คือ 230 โวลต์ 50 Hz มักเป็น 2 ขากลมแบบยุโรที่เป็นมาตรฐานใครที่ใช้กล้องถ่ายรูปแบบ และ โทรศัพท์มือถือ ที่ต้องเสียบปลั๊กควรตรวจสอบว่าที่ชาร์จไฟมีขาแบบใด หรืออาจเตรียมแอดปเตอร์สำหรับปลั๊กไฟไปด้วย

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

หากจะใช้โทรศัพท์แบบใช้บัตรหรือหยอดเหรียญ ก็สามารถโทรทางไกลกลับมายังประเทศไทยได้เช่นกัน ซึ่งสามารถกดรหัสโทรศัพท์ของประเทศ ลิทัวเนียคือ +370 ส่วนการใช้มือถือ ระบบโทรศัพท์ของ ลิทัวเนีย จะต่างกับไทยโดยสิ้นเชิง หากมีการเปิดโรมมิ่งเพื่อโทรติดต่อกันอาจจะเสียค่าบริการแพงมาก เดี๋ยวนี้มีบริการสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการจะใช้ อินเทอร์เน็ต ที่ถูกกว่าการโรรมมิ่ง นั่นคือการซื้อซิมบริการโทรศัพท์ในประเทศ โดยหาซื้อได้จากสนามบิน ร้านโทรศัพท์ หรือตามร้านขายหนังสือพิมพ์ทั่วไป

คุณสามารถใช้ระบบโทรข้ามแดนได้ หากคุณอยู่ที่ลิทัวเนียก็ให้ใช้ซิมของประเทศนี้ ซึ่งหลังจากซื้อซิมก็ควรเลือกแพ็คเก็จการโทรให้คุ้ม โดยอาจคำนวณเวลาว่า คุณจะอยู่ในลิทัวเนียกี่วัน ส่วนเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต อาจหาแบบฟรีได้ง่าย ไม่ว่าคุณจะนั่งร้านกาแฟ หรือที่พักบางแห่งอาจจะมีฟรี ไวไฟ ตามล็อบบี้ไว้ติดต่อกับคนที่บ้านได้เช่นกัน

สินค้าและของฝากจากลิทัวเนีย

นักท่องเที่ยวที่มาเยียนชมความสวยงาม ของ ประเทศลิทัวเนีย สามารถเลือกสินค้าที่ระลึกตามร้านค้า ชุมชน หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ ส่วนใหญ่จะเป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน อย่าง ช็อกโกแลต,งานไม้แกะสลัก,งานศิลปะพื้นบ้าน,เครื่องประดับพวกอำพัน ,โปสการ์ด ,ฯลฯ

อาหารที่ขึ้นชื่อของลิทัวเนีย

ลิทัวเนียได้รับวัฒนธรรมการประกอบอาหารหลากหลายสไตล์ การที่มีตำแหน่งของประเทศติดกับเพื่อนบ้านอย่างโปแลนด์และเบลาลุสทางตอนใต้ จึงทำให้รับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารจากเพื่อนบ้านมาในระดับหนึ่ง และได้รับวัฒนธรรมอาหารมาจากชาวยิวที่อยู่อาศัยแทบจะทุกพื้นที่ในรวมถึงประเทศโรมาเนียและฮังการีอีกด้วย

เพราะการที่ได้รับวัฒนธรรมอาหารจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นการผสมผสานอาหารจากหลาย ๆ เมนู หลายสไตล์ ที่มารวมอยู่ในอาหารลิทัวเนีย ไม่ว่าจะเป็น v?darai หรือไส้กรอกมันฝรั่ง จากเยอรมนี , Spurgos โดนัท จากโปลแลนด์ หรือพาสตรี้ครีมจากฝรั่งเศส "Torte Napoleon"เหล่านี้ต่างก็ได้รับความนิยมสำหรับชาวลิทัวเนี่ยนเช่นกัน

วัตถุดิบท้องถิ่นที่ชาวลิทัวเนียมีความนิยม และมีความภาคภูมิใจในการนำมาประกอบอาหารท้องถิ่น มีอยู่สองสิ่งคือ เบอร์รี่ป่าและเห็ดโบเลตุส ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ราชาแห่งเห็ดเลยทีเดียว ซึ่งมีการทำใส่บรรจุภัณฑ์และนักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อเป็นของฝากจากลิทัวเนียได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอาหารพื้นเมือง ที่เป็นลักษณะซุปอยู่ชนิดหนึ่งที่สีสันสวยงามยั่วยวนชวนรับประทานและได้รับความนิยมอย่างมาก คือ ซุปเย็น บอร์ช หรือซุปบีทรูทเย็น จะมีสีชมพูสดใส ส่วนใหญ่โรยด้วยผักชีฝรั่งและทานเคียงกับมันฝรั่งต้ม

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ

ในประเทศลิทัวเนีย เมืองชัวเลย์ เมืองที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ ยาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งในอดีตเป็นเมืองที่เคยถูกเผาในช่วงยุคสงครามถึง 7 ครั้ง จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุด ของประเทศลิทัวเนีย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ 1236 แต่ปัจจุบันสามารถฟื้นฟูได้จนกลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของลิทัวเนีย

สุสานไม้กางเขน Hill of Crosses
เรียกว่าที่นี่มีความโดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะสุสานไม้กางเขนนับแสนชิ้นที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ที่อยู่ระหว่างเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองชัวเลย์ ซึ่งสุสานไม้กางเขน Hill of Crosses เป็นสถานที่ที่แสดงถึงความเชื่อของผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่มีมายาวนานนับตั้งแต่ช่วงยุคสงคราม และในปัจจุบันก็ยังมีคนนำมาทิ้งไว้อย่างต่อเนื่อง

ถนนคนเดิน Vilnius Street
เดินเล่นไปตาม Vilnius Street ที่เป็นย่านถนนคนเดิน นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อไปยังจุดท่องเที่ยวที่น่าชมต่างๆ ได้อย่างมากมาย อาทิ Solar Clock Square และสามารถไปชมหอนาฬิกาโบราณประจำเมือง โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองได้เป็นอย่างดี

เมืองวิลนีอุส Vilnius
เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย คือเมืองวิลนีอุส Vilnius ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1323 ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำวิลเนีย และแม่น้ำเนริส เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าใหญ่ และสวยงามที่สุดของประเทศลิทัวเนีย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1994 อีกด้วย ส่วนย่านเมืองเก่าของ เมืองวิลนีอุส ก็ได้ชื่อว่าเป็นเขตเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุดในเขตยุโรปกลาง ซึ่งมีตึกอาคารเก่าแก่ที่งดงาม แบบย้อนยุคไปในช่วงศตวรรษที่ 15-16

โบสถ์เซนต์แอน St.Anne's Chruch
St.Anne's Chruch เป็นโบสถ์แบบโรมันคาทอลิกเดิมเคยเป็นโบสถ์ไม้ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า และต่อมาในปี ค.ศ. 1495-1500 มีพระฟรานซิสกันได้สร้างโบสถ์ที่ทำจากหินขึ้นมาแทนที่ และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1581 หลังจากนั้น ได้มีการต่อเติมหอระฆังแบบนีโอโกธิกขึ้นมาในปี 1874 นอกจากนี้โบสถ์เซนต์แอนแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย

โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล St.Peter and Paul Church
St.Peter and Paul Church โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ แอนด์ พอล ตัวโบสถ์ดั้งเดิมนั้นเป็นโบสถ์ไม้ ที่ถือว่าเป็นสถาปัตย กรรมชิ้นเอก ในแบบลิทัวเนียบาโรกของศตวรรษที่ 17 ต่อมาได้ถูกทำลายไปในช่วงสงครามกับประเทศรัสเซีย และ ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดย Hetman Mykolas Kazimieras Pacas ผู้ซึ่งเรียกร้องอิสรภาพของลิทัวเนียคืนจากรัสเซียนั่นเอง

เมืองทราไค Trakai
Trakaiเมืองเก่าแก่ที่มีประชากรจากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็น ลิทัวเนี่ยน,รัสเซียน ,ทาทาร์, จิวซ์ และโปลซ์ Trakai เป็นเมืองพักตากอากาศติดริมทะเลสาบที่มีความสวยงาม ซึ่งหน้าร้อนของลิทัวเนีย จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนและสัมผัสกับบรรยากาศของทะเลกันมากมาย ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม อีกเมืองหนึ่งของประเทศลิทัวเนียอีกด้วย เพราะที่นี่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบมากกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะทะเลสาบ Galve ทะเลสาบที่มีความลึกที่สุด และยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์ของเมืองทราไคอีกด้วย

ปราสาททราไค Trakai Castle
เมืองทราไค มีปราสาททราไค Trakai Castle หรือ Little Marienburg เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะ ริมทะเลสาบ Galve ความโดดเด่นอยู่ที่การสร้างปราสาทที่สร้างจากหินล้วนๆ โดยจักรพรรดิ Vytautas ต่อมาได้เสียชีวิตลงภายในปราสาทแห่งนี้ จากนั้นมาเมืองทราไคจึงกลายเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของลิทัวเนีย และทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมีสัมผัสกับความ งดงามของปราสาท และชื่นชมธรรมชาติของวิวทิวทัศน์ อย่างต่อเนื่อง

โบสถ์แห่งพระจิต
เป็นโบสถ์แบบคริสต์ตัง มีโรงแก้วบรรจุศพของนักบุญ 3 ท่าน ที่ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากประชาชนเห็นว่าทั้งสามท่านลุ่มหลง งมงาย และมีความเชื่อในพระบิดา ซึ่งภายในโบสถ์ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้วชาวเมืองซึ่งเพิ่งจะเข้าใจ และมีความเห็นด้วยกับท่าน ทั้งสามจึงได้ยกย่องให้ท่านเป็นเซ็นต์ ซึ่งเปรียบประดุจเหมือนเทพองค์หนึ่ง โดยได้นำโลงแก้วมาบรรจุศพของทั้ง3 ท่านด้วย

กำแพงเมืองโบราณ GATE OF DAWN
GATE OF DAWN กำแพงเมืองโบราณ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ภายในประดับด้วยไอคอนเงินสลักเป็นรูปอวัยวะที่สำคัญต่าง ๆ ของร่างกายเช่น แขน ขา มือ ตา หู โดยเฉพาะหัวใจ ภาพไอคอนเงินนี้ติดอยู่ที่ผนังภายในโบสถ์ ซึ่งอาคารด้านบนของกำแพงเป็นที่ประดิษฐานของภาพไอคอน พระแม่มาเรีย ส่วนด้านในโบสถ์ ได้รับการตกแต่งแบบนีโอคลาสสิค

เทศกาลสำคัญของลิทัวเนีย
เทศกาลสำคัญของ ลิทัวเนีย อาจจะไม่เน้นหรือมีให้เห็นมากมายสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะเพิ่งฟื้นจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวลิทัวเนียทำกันเป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมา ก็คือ การแสดงแบบพื้นบ้าน ด้วยการร้องเพลงชาติและการเต้นรำประเพณี ในการเฉลิมฉลองที่ได้เป็นเอกราช และมีอิสรภาพซึ่งวันประกาศอิสรภาพถือเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดในลิทัวเนีย

นอกจากนี้ ยังมีเทศกาลพลุไฟนานาชาติ ที่สวนวินกิส ในเมืองวิลนิอุส ส่วนในเดือ ธันวาคมที่เมือง Vilnius พลเมืองจะนำต้นคริสต์มาสที่มีความสูงประมาณ 82 Feet ซึ่งแต่ละปีอาจจะสูงไม่เท่ากัน มาประกอบเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งถือเป็นเทศกาลที่น่าสนใจของชาวลิทัวเนี่ยนอย่างมาก

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศ ลิทัวเนีย

ปัจจุบันยังไม่มีสายการบิน บินตรงจากประเทศไทยสู่กลุ่มประเทศบอลติกเท่าใดนัก ซึ่งนักท่องเที่ยวมักนิยมเริ่มทัวร์ที่ประเทศในกลุ่มเชงเก้นก่อน เช่น ออสเตรีย ฟินแลนด์ แล้วจึงค่อยเดินทางต่อไปยัง ประเทศลิทัวเนีย ซึ่งการเดินทางโดยสายการบินสามารถเลือกเที่ยวบินจากกรุงเทพฯไปวิลเนียส , พาแลนก้า , คาอูแนส

สายการบินที่บินจากกรุงเทพฯ ไป ลิทัวร์เนีย
สายกาบิน Aeroflot , Air China , ออสเตรียนแอร์ไลน์ , บริติชแอร์เวย์ , ไชนาแอร์ไลน์ , ไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์ , ฟินน์แอร์ , กัลฟ์แอร์ ,เจแปนแอร์, ลุฟต์ฮันซา , แควนตัส , กาตาร์แอร์เวย์ , สิงคโปร์แอร์ไลน์ , สวิสอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ , การบินไทย , ตุรกีแอร์ไลน์ , ยูเครนอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์ ฯลฯ

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไปประเทศลิทัวเนีย

การเดินทางไกลในแต่ละครั้งสิ่งที่ขาดไม่ได้ในกระเป๋าเดินทางก็คือ เสื้อผ้า รองเท้าแตะ ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ชุดนอน แว่นตา ชุดลำลอง เสื้อกันหนาว ฯลฯ และยาที่จำเป็น

แว่นตา
ผู้ที่มีปัญหาสายตา ควรนำแว่นสายตาติดไปด้วย เพราะหากคุณลืมแว่น และจะไปตัดแว่นใหม่ที่ประเทศลิทัวเนีย อาจจะต้องทำการนัดกับจักษุแพทย์ซึ่งจะทำให้คุณเสียเวลาการนัด การตรวจวัด และรอแว่นใหม่โดยอาจเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนและราคาของแว่นก็จะมีราคาแพงกว่าที่บ้านเรามาก ส่วนนักท่องเทียวที่ต้องใช้คอนแทคเลนส์ ควรนำไปเปลี่ยนหลายชุดพร้อมน้ำยาล้างเลนส์ เพราะราคาน้ำยาล้างเลนส์ที่ลิทัวเนียอาจแพงกว่าเมืองไทย

เสื้อผ้า
ควรตรวจสอบสภาพอากาศของประเทศลิทัวเนีย ในเดือนที่คุณจะเดินทาง หากเดินทางหน้าหนาวต้องเตรียมเสื้อกันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า หมวกไหมพรม ฯลฯ เพราะหน้าหนาวมีอุณหภูมิต่ำถึงติดลบ จึงต้องเตรียมเสื้อผ้าหน้าหนาวไปให้พอเพียง ที่สำคัญไม่ควรลืมยาที่จำเป็นด้วย

อแดปเตอร์
ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำไปจากเมืองไทยสิ่งที่จะต้องติดตัวไปด้วยก็คือ แอดปเตอร์ เพื่อใช้สำหรับเปลี่ยนหัว ให้เข้ากับช่องปลั๊กไฟของประเทศลิทัวเนีย

ตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง
สำหรับผู้ที่จะไปเที่ยวประเทศลิทัวเนีย โดยการเดินทางอาจจะไม่นานนัก แต่ทางที่ดี คุณควรตรวจสุขภาพร่างกาย หรือแม้แต่ตรวจสุขภาพฟันก่อนเดินทางไป และหากมีโรคประจำตัว ก็ควรพกยาติดตัวไปด้วย หรือหากมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน ควรจัดการให้เรียบร้อยก่อน เพราะหากคุณไปจัดฟัน ตรวจฟัน หรือรักษาฟันที่นี่อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงควรตรวจฟันและรักษาสุขภาพก่อนเดินทาง

การเตรียมค่าใช้จ่าย
สำหรับนักท่องเที่ยวควรนำเงินสดติดตัวไปให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย หรืออาจนำไปมากกว่าในกรณีที่ต้องจ่ายค่ามัดจำ หรือค่าเช่า และควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บเงินสด อาจเก็บแยกเพื่อความปลอดภัย บัตรเครดิตการ์ดจากเมืองไทยสามารถนำไปใช้ได้

ด้วยความสวยงามต่างๆ ของธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างในอดีต ทำให้ลิทัวเนีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ความสนใจและอยากที่จะเดินทางมาสัมผัส ที่นอกเหนือไปจากธรรมชาติอันสวยงามของประเทศลิทัวเนียแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้พบกับประสบการณ์การท่องเที่ยวจากเมืองต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรม อาหารการกิน และสัมผัสกับวิถีชีวิตจากชนพื้นเมือง ที่จะทำให้คุณประทับใจมิรู้ลืมจากประเทศ ลิทัวเนีย... อีกด้วย

ทัวร์ประเทศลิทัวเนีย

เกี่ยวกับเรา (About Us)

เน็กซ์ทัวร์.คอม บริการทัวร์ต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกช่วงเวลา มีให้เลือกมาก กว่า 2 แพ็คเกจทัวร์ จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า 68 ประเทศ ให้บริการบริหารโดยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเรา (Contacts)
อินสตาแกรม (Instagram)
เฟซบุ๊ก (Facebook)

สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2563 โดย เน็กซ์ทัวร์.คอม