ประเทศโครเอเชีย

ประเทศโครเอเชีย

หากเอ่ยถึงประเทศ โครเอเชีย หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยิน แค่สำหรับผู้ที่รักการเดินทางหรือท่องเที่ยวแล้ว เชื่อว่าคง
จะรู้ถึงกิตติศัพท์ความงามของ ประเทศ โครเอเชียอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความโดดเด่นทางด้านน้ำตก และสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ทำให้โครเอเชียมีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวที่งดงาม และยังมีบางสถานที่ ถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย แม้จะเปิดตัวประเทศได้ไม่นานก็ตาม

หลายคนได้ยินชื่อของประเทศ โครเอเชีย เมื่อตอนที่มีบอลโลกแข่ง ทำให้มีการค้นหาแหล่งที่มาว่าประเทศ โครเอเชีย นี้อยู่ในโซนใด ลักษณะเมืองเป็นอย่างไร โดยเฉพาะคนที่ชีพจรลงเท้า หรือชอบเดินทาง มักจะไม่พลาดหากมีอะไรใหม่ๆ ให้สะดุดตา โดยเฉพาะชื่อที่ดูเก๋ไก่ไม่เบา และเพราะเป็นประเทศที่เปิดตัวได้ไม่นาน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเที่ยวจึงไม่มากเท่ากับประเทศอื่นๆ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเตรียมแบกเป้สะพายกล้องไปฟินกับบรรยากาศที่ประเทศ โครเอเชียกันบ้างแล้ว

ลักษณะภูมิประเทศ

โครเอเชียตั้งอยู่ระหว่างภูมิภาคยุโรปกลาง ภูมิภาคยุโรปใต้ และภูมิภาคยุโรปตะวันออก ซึ่งรูปร่างของประเทศโครเอเชียคล้ายเกือกม้า หรือเหมือนกับพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งภูมิประเทศของโครเอเชียมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปคือทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเป็นพื้นที่ราบ และมีทะเลสาบ เนินเขา ซึ่งภูเขาที่มีป่าไม้หนาแน่นในภูมิภาคลีคาและ กอร์สกีคอตาร์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดินาริกแอลป์ ส่วนชายฝั่งทะเลเอเดรียติกนั้นเต็มไปด้วยโขดหินมากมาย  ซึ่งโครเอเชียมีพื้นที่ 56,542 ตารางกิโลเมตร ด้วยภูมิประเทศที่เรียบเลาะไปกับชายทะเล ขณะที่ส่วนที่เป็นแผ่นดินก็เป็นเนินเขาสูงต่ำสลับกัน รวมถึงอาคารบ้านเรือนที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

การแบ่งเขตการปกครอง

ประเทศโครเอเชีย หรือ สาธารณรัฐโครเอเชีย Republic of Croatia เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป มีอาณาเขตติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองหลวงชื่อ ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชียเคยเป็นสาธารณรัฐในยูโกสลาเวียเดิม ได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2534 ปัจจุบันแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20  หเทศมณฑล  กับ 1 เขตเมืองหลวง คือ กรุงซาเกร็บ และได้จัดกลุ่มรายชื่อโดยแบ่งตามภูมิภาคทางภูมิศาสตร์และ ประวัติศาสตร์  คือภูมิภาคเซนทรัลโครเอเชีย  นอร์เทิร์นซีโคสต์ ภูมิภาคอิสเตรีย และเมาน์ ,เทนัสโครเอเชีย  ภูมิภาคดัลเมเชียและภูมิภาคสลาโวเนีย  ซึ่งระบบการเมือง โครเอเชียปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาและมีสภาเดียว เรียกว่า Sabor มีสมาชิก ๑๕๒ คน โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง

ประชากรและวัฒนธรรม

ประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นเชื้อชาติโครอัท รองลงมาคือ เซิร์บ ส่วนเชื้อชาติ บอสเนีย ฮังกาเรียน และสโลวีน เช็ก มีไม่มากและ
ภาษาราชการของโครเอเชีย คือภาษาโครเอเชียน และยังมีภาษาอื่นๆ ที่ใช้พูดกันโดยชนกลุ่มน้อยได้แก่ ภาษาเซอร์เบียน ฮังกาเรียน เยอรมัน อิตาเลียน และอังกฤษ ส่วนใหญ่ชาวโครเอเชีย นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก รองลงมาคือศาสนามุสลิม และศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ 

สำหรับประเพณีวัฒนธรรมของชาวโครเอเชียได้รับอิทธิพลมาจาก ประวัติศาสตร์และความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนา เนื่องจากชาวโครอัทอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรออสโต ฮังการี จึงทำให้ชาวโครเอเชียมีวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาแบบคริสต์นิกายคาทอลิก    

สภาพภูมิอากาศของโครเอเชีย

สภาพภูมิอากาศของประเทศโครเอเชียเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน ในแถบชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ซึ่งภูมิอากาศของเทือกเขาบริเวณตอนกลางของประเทศ มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ14 ถึง 27 องศาเซลเซียส และมีอากาศร้อนมากในฤดูร้อน ส่วนบริเวณแถบชายฝั่งมีอากาศร้อนแห้งแล้ง ซึ่งสภาพภูมิอากาศของประเทศโครเอเชีย จะมี 4 ฤดูกาล 
 
ฤดูใบไม้ผลิ จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม ถึง เดือนมิถุนายน  โดยจะมีอุณหภูมิประมาณ 8 -17 องศาฯ
ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนสิงหาคม โดยจะมีอุณหภูมิ ประมาณ 15-25 องศาฯ
ฤดูใบไม้ร่วง จะอยู่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม โดยจะมีอุณหภูมิประมาณ 12-17 องศาฯ
ฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ โดยจะมีอุณหภูมิประมาณ -5 -ถึง-10 องศาฯ 

โซนเวลาของโครเอเชีย

ประเทศโครเอเชียใช้เขตเวลามาตรฐาน  ซึ่งการปรับเวลาไปตามฤดูกาลนั้น และเมื่อเทียบระยะเวลาที่แตกต่างจากเวลาของประเทศไทย เวลาในประเทศโครเอเชียเดินจะช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 5 ชั่วโมง

ค่าเงินที่ใช้ใน โครเอเชีย

ค่าใช้จ่ายที่โครเอเชียจะถูกกว่ายุโรปทั่วไป เพราะยังไม่ได้ใช้เงินยูโร  สกุลเงินของโครเอเชีย เรียกว่า kuna คูน่า ซึ่ง 1ดอลล่าห์สามารถแลกเงินได้ประมาณ 6 คูนาร์ 1 คูนาร์ เท่ากับ 6-7 บาท โดยประมา โดย ตามโรงแรมและร้านค้าหลายแห่งยินดีรับเงินดอลลาร์ และเงินยูโร แต่ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนก่อนเดินทาง

ระบบไฟฟ้าใน โครเอเชีย

ระบบไฟฟ้าใน โครเอเชีย  คือ  220 ถึง 250 โวลต์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นปลั๊กสองหมุดกลม ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คุณนำไปไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม หรือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า ควรนำตัวแปลงไฟไปด้วย  

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

ระบบโทรศัพท์ของ โครเอเชียจะต่างกับไทยโดยสิ้นเชิง หากมีการเปิดโรมมิ่งเพื่อโทรติดต่อกัน จะเสียค่าบริการแพงมาก เดี๋ยวนี้มีบริการสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการจะใช้ Internet data plan ที่ถูกกว่า Roaming นั่นคือ SIM บริการโทรศัพท์ในประเทศหรือรหัสโทรศัพท์ของประเทศโครเอเชียคือ +385 โทรศัพท์ สามารถใช้ระบบโทรข้ามแดนได้ หากคุณอยู่ที่โครเอเชียก็ให้ใช้ซิม ของประเทศโครเอเชีย หรือแล้วแต่ค่ายด้วยว่าจะใช้ยี่ห้อไหน ส่วนเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หาของฟรีได้ง่าย ไม่ว่าคุณนั่งร้านไหนขอพาสเวิร์ดจากร้านนั้นได้ หรือที่พักบางแห่งอาจจะมี free wifi ไว้ติดต่อกับคนที่บ้านได้เช่นกัน

สินค้าและของฝากจากประเทศ 

พูดถึงเรื่องช๊อปปิ้ง เมืองซาเกรบ  ซึ่งทั้งสองฝั่งถนนมีอะไรให้ช้อปมาก Ilica Streer  ซึ่งเป็นถนนหลักหน้า Jelacica Squre เต็มไปด้วยแหล่งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และนาฬิกา แต่ร้าน Luxury brandname ไม่ค่อยมีให้เห็นแต่จะมีแบรนด์ Zara, MNG, Esprit ซึ่งเป็นแบรนด์ปกติของยุโรปอยู่แล้ว  แต่จะมีร้านขายของที่ระลึกตามถนนเล็ก เพื่อให้นักท่องเที่ยวหาซื้อของจุกจิกอย่างกระปุกเซรามิคและถุงหอมลาแวนเดอร์ พวงกุญแจ ขนมท้องถิ่นต่างๆ ให้ซื้อเป็นของที่ระลึกไปฝากคนที่เมืองไทย ที่โครเอเชียสามารถต่อรองราคาได้ตามปกติ

อาหารที่ขึ้นชื่อของโครเอเชีย

อาหารพื้นเมืองของชาวโครเอเชีย ไม่ต่างจากอาหารแบบยุโรปทั่วไป ในกรุงชาเกร็บมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือร้านกาแฟในสไตล์ไซด์วอล์ค คาเฟ่  ที่เน้นการดื่มด่ำกาแฟไปกับบรรยากาศดี ๆ ส่วนเมนูที่อร่อยที่นักท่องเที่ยวมักจะติดใจก็คือ ไส้กรอก Spek และ Kulen ซึ่งเป็นอาหารเฉพาะถิ่น ในขณะที่ขนมหวานขึ้นชื่อของโครเอเชียก็คือคุกกี้รูปหัวใจเคลือบน้ำตาลสีแดงมีรสชาติหวานมันกลมกล่อม

และเป็นที่รู้กันในความมหัศจรรย์ของโครเอเชียก็เพราะว่ามีพื้นที่ที่เป็นชายฝั่งติดทะเลยาวกว่าสี่พันกิโล เป็นเหตุให้เมืองนี้เต็มไปด้วยอาหารทะเล และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับปลา โดยมีปลาชนิดต่างๆ กว่าสี่ร้อยชนิด หากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงโครเอเชีย ก็อย่าลืมมาชิมเมนูจากปลาอย่างปลาย่างในน้ำมันมะกอก เพราะที่นี่ก็เต็มไปด้วยน้ำมันมะกอก  และยังมีเมนู Fish stew นอกจากอาหารเกี่ยวกับปลาแล้ว ก็ยังมีอาหารทะเล จำพวก ปลาหมึก กุ้ง และหอย  หรืออาหารพวกหมูย่าง ที่มักจะมาคู่กับชีส และแฮมเสริฟคู่กับขนมปัง  

สถานที่ท่องเที่ยวในโครเอเชีย

โครเอเชียมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง กรุงซาเกรบ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศโครเอเชียดินแดนแห่งทะเลเอเดรียติกและมีความเก่าแก่แฝงด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม หลายคนที่เดินทางไปถึงโครเอเชียเมืองแห่งความคลาสสิกอันทรงเสน่ห์ และสีเขียวมรกตที่แซมด้วยประกายระยิบระยับของทะเลอะเดรียติกที่เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยว มุ่งตรงสู่ดินแดนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง
 
ประเทศโครเอเชียนั้นมีรูปร่างเหมือนครัวซอง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมาเที่ยวที่ กรุงเกรบซึ่งเป็นเมืองหลวงของโครเอเชีย เรียกได้ว่าใครที่หลงใหลในธรรมชาติอย่างทะเล หรือชื่นชอบของเก่าในพิพิธภัณฑ์ รับรองได้ว่าเมืองซาเกรบแห่ง โครเอเชียไม่ทำให้คุณผิดหวัง ทั้ง ซาเกรบ ซิตี้ มิวเซี่ยม   Zagreb City Museum ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมความเป็นไปทั้งทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมรวมถึง ประวิติศาสตร์ในยุคสมัยโรมันรุ่งเรือง นักท่องเที่ยวหลายคนมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  หากมาที่โครเอเชียแล้วเหมือนย้อนเวลาไปสมัยโรมันเลย เพราะมีแหล่งรวมประวัติของเมือง ซาเกรบ รวมถึงสภาพบ้านเมือง ที่ยังคงความเก่าและสวยงามแบบยุโรปเอาไว้ให้ชาวเมืองโครเอเชียได้มีภาพความทรงจำดีๆ จากเหตุการณ์ในอดีต  รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ข้ามน้ำ ข้ามทะเล มาเยี่ยมชม สถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ยังคงเหลือร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ไว้ให้เห็น ทั้งที่ยังไม่บูรณะ และบูรณะแล้ว

ซึ่งการได้มีโอกาสได้เดินชมเมืองก็ทำให้ซาบซึ้งและสัมผัสได้ถึงความเป็นยุโรป และยังมีคนบอกอีกว่ากรุงซาเกรบเป็นเมืองที่จัดได้ว่าเก่าแก่ในยุโรปเลยก็ว่าได้ แต่ทว่าเมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเมืองหลวงและมีแค่พิพิธภัณฑ์อย่างเดียว เพราะที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางแหล่งรวมทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมการศึกษา และการกีฬาของโคเอเชียอีกด้วย และที่นี่มีนักวิทยาศาสตร์ และศิลปินต่างๆ ที่เดินทางมาจากเมืองนี้หลายคนเช่นกัน

ทะเลสาบพลิตวิเซ มรดกโลกจากธรรมชาติ
ความงามของ อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิตวิเซ Plitvice Lakes National Park เป็นความงามที่นักเดินทางหลายคนต่างก็พูดถึง ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากน้ำบนภูเขา มาลาคาเปลา ไหลผ่านหินปูนเป็นพัน ๆ ปี จึงทำให้หินปูนที่ถูกกัดเซาะไหลลงมากองรวมกันเป็นระยะ ๆ เกิดเป็นเขื่อนธรรมชาติที่งดงามแปลกตา ทั้งยังมีความสูงลดหลั่นกันลงไปถึง16 ชั้น ส่งผลให้สถานที่แห่งนี้มีน้ำตกมากมาย กลายเป็นต้นลำธารก่อนที่จะไหลไปรวมกันเป็นทะเลสาปใหญ่ข้างล่าง
 
เพราะมีความที่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกตาทั้งยังมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ องค์การยูเนสโกจึงได้รับเอาไว้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี ค.ศ.1979
 
มนต์เสน่ห์ที่ เมืองดูบรอฟนิก
ด้วยภูมิประเทศที่เรียบเลาะไปกับชายทะเล  มีแผ่นดินเป็นเนินเขาสูงต่ำสลับกันไปรวมถึงอาคารบ้านเรือนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ทำให้เมืองนี้ได้ฉายาว่าเป็น ““ไข่มุกแห่ทะเลอะเดรียติก และที่นี่ ยังเลื่องลือเรื่องการทำฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม หอยแมลงภู่ ริมทะเลอะเดรียติก ดังนั้น หากไม่ได้ลิ้มลองรสชาติอันโชะของหอยนางรมและหอยแมลงภู่ตัวโตๆ แกล้มไวน์ขาวรสเยี่ยม บอกได้คำเดียวว่าน่าเสียดายมาก ซึ่งภายในเมืองเก่าของดูบรอฟนิกก็น่าไปเยี่ยมชมไม่น้อย เพราะมีสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหลายสถานที่ไม่ว่าจะเป็น บ่อน้ำพุประจำเมือง Onofrio Fountain เป็นบ่อน้ำพุที่ใช้หล่อเลี้ยงผู้คนในยามศึกสงครามเรื่อยมา จนถึงหอนาฬิกากลางเมืองที่ตั้งอยู่ ณ ส่วนปลายสุดของถนนสายหลัก ความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้ก็คือลูกกลม ๆ ใต้หน้าปัดซึ่งแทนพระจันทร์ใช้บอกเวลาข้างขึ้นข้างแรมในทางจันทรคติและสถานที่โบราณดูบรอฟนิค เคยเป็นเป้าหมายการถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ ได้รับความเสียหาย และทรุดโทรม
 
เมืองสปลิต งามตั้งสวรรค์บนดิน
เมืองสปติต เมืองใหญ่อันดับที่สองรองจากกรุงซาเกร็บ ซึ่งหลายคนที่ไปเที่ยวต่างขนานนามว่า เป็นสวรรค์บนดิน ซึ่งถือเป็นอีกแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่อยากจะมาสัมผัสกับบรรยากาศความงามที่นี่ เป็นแหล่งบ่มเพาะอารยธรรมศิลป์ของแคว้นดัลเมเชียน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เมืองแห่งนี้จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรก ๆ ของโลก สิ่งที่ควรชมในเมืองสปลิตคือ พระราชวังดิโอคลีเทียน ที่สถาปนาขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิดิโอคลีเทียน โดยใช้เวลาในการก่อสร้างยาวนานถึงห้าสิบปี ความโดดเด่นอยู่ที่ท้องพระโรงกลาง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตรงเสามีความโงมนและตกแต่งด้วยช่อดอกไม้แกะสลักที่สะท้อนความงดงามของพระราชวัง ดิโอคลีเทียนก็คือ กวีชาวโครเอเชียในทุกยุคต่างก็ได้สรรเสริญความงามของสถานที่แห่งนี้ไว้ในงานประพันธ์ของตัวเองแทบทั้งสิ้น

มหาวิหารเซนต์สตีเฟน
 มหาวิหารเซนต์สตีเฟน ซึ่งมียอดแหลมทรงกรวยคู่บนยอดวิหารตกแต่งอย่างงดงาม สามารถเห็นได้จากทุกมุมในซาเกรบ แต่เดิมเป็นโบสถ์ ธรรมดาแต่เพิ่มสำคัญในปี ค.ศ. 1094 ซึ่งวิหารนี้เคยถูกกองทัพมองโกลทำลายในปี ค.ศ. 1242 เมื่อมองโกลจากไป โบสถ์นี้ก็ได้รับการซ่อมแซมใหม่อีกหลายครั้ง รูปร่างมหาวิหารที่งดงามในรูปแบบนิโอ กอธิคที่เห็นในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจะได้ชมด้านนอกของโบสถ์เซนต์แคทเทอรีน ซึ่งเป็นโบสถ์รูปแบบสีขาว มีเรื่องราวที่น่าประทับใจ, ผ่านห้องแสดง ภาพเขียน ผ่านพิพิธภัณฑ์ศิลปะภาพเขียน และผ่านห้องแสดงงานศิลปะแมชโทรวิช ซึ่งเป็นช่างปั้นมือหนึ่งของศตวรรษที่ 20 ซึ่งที่นี่ปฏิเสธการใช้เทคนิคชั้นสูงในการเขียนภาพ, ผ่านพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โครเอเชีย, ฯลฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าซาเกรบ

การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศโครเอเชีย

การเดินทางไปยังโครเอเชียถือได้ว่ามีความสะดวกสบาย เพราะมีสนามบินนานาชาติของเมืองสปลิต ปูลาและดูบรอฟนิค  ซึ่งหากมาถึงโครเอเชียแล้ว ก็สามารถเดินทางต่อได้ด้วยรถบัสหรือรถไฟซึ่งสามารถพานักท่องเที่ยวไปได้ทั่วประเทศ รวมถึงการโดยสารเรือเฟอรี่ที่มีให้บริการเพื่อความสะดวกสบายนอกจากนี้โครเอเชียยังมีสายการบินภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย   
           
สาธารณรัฐโครเอเชียอยู่ในทวีปยุโรป ขณะนี้ยังไม่มีบริการบินตรงจากเมืองไทยไปยังโครเอเชีย ซึ่งใครที่อยากจะไปเที่ยวที่ประเทศ โครเอเชีย วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดคือโดยสารเครื่องบินไปลงที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียแล้วเดินทางโดยสายการบินเข้าสู่โครเอเชีย หรือจะเดินทางต่อด้วยรถโดยสารประจำทาง จากออสเตรีย ซึ่งจะผ่านสโลวีเนียเพื่อเข้าไปยังโครเอเชียก็ได้  โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงเวียนนา ประมาณ 11-12 ชั่วโมง
 
แต่สำหรับบางอาจจะหาตั๋วไปลงประเทศอิตาลี เยอรมนี หรือประเทศอื่นๆในยุโรป แล้วหาตั๋ว low cost บินเข้าโครเอเชีย และสามารถนั่งเรื่อข้ามมาจากอิตาลีก็ได้ การเดินทางไปโครเอเชียก็เหมือนกับการไปยุโรปใต้  หากเคยเดินทางไปยังอิตาลีมาแล้ว โครเอเชีย ก็คือ อีกฝั่งของทะเลที่อยู่ตรงกันข้าม   
 
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไป โครเอเอชีย
การเตรียมเสื้อผ้า ในช่วงเดือน กันยายนถึง เดือนพฤศจิกายน  ให้เตรียมสเว็ตเตอร์ หรือโค้ทหนา ทุกอย่างที่เป็นของใช้หรือเสือ้ผ้า เกี่ยวกับหน้าหนาว ซึ่งในกระเป๋าเดินทางนั้น น้ำหนักของกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 กิโลกรัม ต่อ 1 ท่าน หากน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด ไว้ ทางสายการบินจะเรียกเก็บค่าน้ำหนักเพิ่มประมาณกิโลกรัมละ 500

เช็คสภาพอากาศ

ช่วงก่อนไปเช็คจากเว็บไซต์การพยากรณ์ ซึ่งก็เห็นบอกว่าอากาศอยู่ในระดับไหน เครื่องกันหนาวไปให้พร้อม อย่าไว้ใจพยากรณ์อากาศมากนัก ช่วงนี้หากอากาศเปลี่ยนแปลง แล้วเกิดความหิวทำให้เกิดอาหารป่วยแล้วจะเที่ยวไม่สนุก เดือนตุลาคมเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากหน้าร้อนเข้าสู่ฤดูหนาว เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอากาศกำลังเย็นสบาย มีแดดสลับกับฝนตกบ้าง อุณหภูมิกลางวันคือ 15ถึง 12 องศาฯ ก่อนเดินทางไปต่างประเทศขอให้เพื่อนๆ ตรวจสอบสภาพอากาศ
 
ส่วนช่วงช่วงฤดูร้อนของที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเล่นน้ำทะเล เดินชมเมืองซึ่งหากไม่ดีแน่ถ้า หากไปทำกิจกรรมเช่นนี้ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งใครที่อยากมาสัมผัสกับทะเลในช่วงหน้าร้อน ให้มาในช่วงเดือน พฤษภาคม ถึงเดือนกันยายนส่วนในช่วงเดือนตุลาคมอากาศเริ่มเข้าหน้าหนาว   
นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ ส่าวนใหญ่จะมากันหน้าร้อน เพราะได้เที่ยวทะเลอันสวยงาม แห่งธรรมชาติ และอาบแดดท่ามกลางบรรยากาศชิลๆ อีกทั้งค่าครองชีพและราคาสินค้าต่างๆ ก็มีราคาถูกกว่าเมืองอื่นๆ อีกหลายเมืองในยุโรป เพราะเป็นประเทศเพิ่งเปิด ทำให้โครเอเชีย แม้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่มาก แต่ทุกอย่างที่ลงตัว ก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสที่นี่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วโลกอีกหนึ่งประเทศเช่นกัน
 
หากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวโครเอเชีย และได้ลองเดินไปรอบๆ เมือง ซาเกรบ จะทำให้คุณรู้สึกสบายตาอย่างมาก เพราะต้นไม้นานาพันธุ์ ที่เน้นสไตล์ความร่มรื่นแห่งธรรมชาติ โดยเฉพาะที่ ซาเกรบพาร์ค สวนสาธารณะสวยๆ บรรยากาศร่มรื่นมีทั้งต้นไม้และน้ำพุ ที่รอนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัส
 
ประเทศโครเอเชียถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวแม้ที่นี่จะยังไม่เป็นที่นิยม แต่เชื่อว่าใครที่ได้มาเยือนถิ่นนี้แล้วจะทำให้ คุณพกความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน ส่วนนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาประเทศที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ลองเลือกประเทศโครเอเชีย ไว้เป็นตัวเลือก ซึ่งอาจจะทำให้คุณจะเห็นถึงความสวยงามของประเทศโครเอเชียในอีกหลายมุมอง  ซึ่งจะทำให้คุณหลงรักประเทศนี้ และอยากกลับมาสัมผัสกับบรรยากาศความงามของประเทศโครเอเชียอีกครั้ง 
 

LINE ติดต่อสอบถามทาง LINE @nexttour