ประเทศมาเลเซีย
เป็นอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับมาเลเซีย ที่เราสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งมาเลเซียมีสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย แม้ประเทศนี้จะเคยถูกแบ่งเป็นแดนออกเป็นสองส่วน แต่หลังจากที่มารวมตัวกัน และสร้างอารยธรรมใหม่ๆ รวมถึงการปรับปรุงพัฒนาประเทศแค่ไหน แต่ก็ยังคงรักษาไว้กับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเดิมๆ ที่ยังคงเป็นเสน่ห์สำหรับนักท่อเที่ยวทั่วโลก ที่ทำให้อยากจะเดินทางมาสัมผัสกลิ่นอายของบรรยากาศมาเลเซียกันสักครั้ง
มาเลเซียเข้าสู่ยุคใหม่อันทันสมัย แต่ยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิม รวมถึงการใช้ชีวิตของชาวพื้นเมืองที่ยังคงรักษาไว้ แม้ มาเลเซียจะพยายามปรับปรุงประเทศใหม่ให้เป็นประเทศพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นตึกระฟ้าที่ทันสมัยอย่างตึกเปโตรนาส หรือหอคอยไข่มุก และรถไฟ monorial แต่มาเลเซียก็ไม่ลืมที่จะอนุรักษ์ตึกเก่าๆรวมถึง สถาปัตยกรรมโบราณ คู่ไปกับการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อนจริงๆ
ลักษณะภูมิประเทศ
มาเลเซีย ประกอบด้วยดินแดน 2 ส่วนคือ มาเลเซียตะวันตก และมาเลเซียตะวันออก ซึ่งตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 400 ไมล์อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย โดยมีทะเลจีนใต้ขวางกั้น ในอดีตเป็นดินแดนที่มีการปกครองต่างกัน จนกระทั่งได้มารวมเป็นประเทศเดียวกันเมื่อ พ.ศ. 2506 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 130,000 ตารางไมล์ มาเลเซียตะวันตก คือดินแดนที่อยู่ในคาบสมุทรมลายู ซึ่งอยู่ติดชายแดนทางใต้ของประเทศไทยประกอบด้วยรัฐต่างๆ 11 รัฐ ภูเขาใหญ่หลายเทือกปกคลุมด้วยป่าทึบบริเวณกว้างขวาง และตอนกลางเป็นที่ราบสูง มีแถบริมฝั่งทะเลทั้ง 2 ข้างเป็นที่ราบและมีดินอุดมสมบูรณ์ มาเลเซียในส่วนด้านตะวันออกเป็นหาดทรายยาวเหยียด อยู่ติดดินแดนทางภาคเหนือของเกาะบอร์เนียว ไม่เหมาะแก่การเป็นท่าเรือ มีเนื้อที่ ประกอบด้วยรัฐ 2 รัฐคือ ซาราวัก และซาบาห์ (หรือบอร์เนียวเหนือ) ประกอบด้วยป่าทึบและภูเขาสูงใหญ่ พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่สูง มีแม่น้ำที่เป็นสายสั้นๆ และไหลเชี่ยวผ่านหุบเขาที่แคบและลาดชันไปออกทะเลทางทิศตะวันตก
การแบ่งเขตการปกครอง
มาเลเซียมีการปกครองแบบสหพันธรัฐ มีสภาแห่งรัฐที่มาจากการเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี โดยมีรัฐบาลกลางทำหน้าที่ดูแลเรื่องสำคัญๆ แต่ละรัฐมีรัฐบาลดูแลด้านศาสนา สังคม ประเพณี เกษตรกรรม และการคมนาคมแต่บางรัฐเช่นกลันตัน มีระบบราชการในรูปแบบของตนเอง ซึ่งประเทศมาเลเซียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 รัฐ อยู่ในมาเลเซียตะวันตกหรือมาเลเซียส่วนที่เป็นคาบสมุทร 11 รัฐ คือ รัฐปะหัง, รัฐสลังงอร์, รัฐเนกรีเซมบีลัน,รัฐมะละกา,รัฐเกดะห์,รัฐยะโฮร์, รัฐเประ,รัฐกลันตัน,รัฐปีนัง,รัฐตรังกานู ,และปะลิส ในมาเลเซียตะวันออก หรือบนเกาะบอร์เนียวมีอีก 2 รัฐ คือ รัฐซาบาร์ และ รัฐซาราวัก ส่วน 3 ดินแดนสหพันธ์ เป็นดินแดนที่รัฐบาลกลางปกครอง โดยมีเขตการปกครองต่าง ๆ คือกรุงกัวลาลัมเปอร์ ,เมืองปุตราจายา (เมืองราชการ) และลาบวน โดยทั้งกรุงกัวลาลัมเปอร์และปุตราจายาอยู่ในพื้นที่รัฐสลังงอร์ ส่วนลาบวนอยู่ใกล้รัฐซาบาร์
ประชากรและวัฒนธรรม
ประชากรของมาเลเซีย มีกว่า 26.24 ล้านคน ส่วนภาษาที่ใช้คือ ภาษา มาเลย์ โดยมีภาษามาเลเซีย เป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ชาวมาเลเซียยังพูดภาษาอังกฤษและ จีน อีกด้วย ส่วนใหญ่ชาวมาเลเซียจะนับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะมีสิทธิพิเศษ คือ ได้รับเงินอุดหนุนเรื่องค่าครองชีพ ตามนโยบายภูมิบุตรของรัฐบาล นอกจากนั้นก็มีนับถือศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู
ประเทศมาเลเซียมีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายู รวมไปถึงชนดั้งเดิมคือกลุ่มชนเผ่าในรัฐซาราวัก และรัฐซาบาห์ ซึ่งชาวมลายูนั้นคือมุสลิม และอยู่ในกรอบวัฒนธรรมมลายู แต่ชาวภูมิบุตรที่ไม่ใช่ชาวมลายู มีจำนวนกว่าครึ่งของประชากรในรัฐ นอกจากนี้ยังมีชนพื้นเมืองดั้งเดิมคือโอรัง อัสลี อยู่ที่คาบสมุทรมลายูอีกกลุ่มหนึ่ง
ประชากรกลุ่มใหญ่ที่ไม่ใช่ชาวภูมิบุตร โดยเป็นชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ ,ชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดีย และยังมีชาวอินเดียกลุ่มอื่น อย่างเกรละ, ปัญจาบ, ปาร์ซีฯลฯ และชาวมาเลเซียเชื้อสายไทย ที่อาศัยอยู่ในรัฐทางตอนเหนือของประเทศ ,เชื้อสายชวาและมีนังกาเบา รวมถึงลูกครึ่งคริสตัง (โปรตุเกส-มลายู) ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ส่วนลูกครึ่งเปอรานากัน (จีน-มลายู) ส่วนมากอาศัยอยู่ในรัฐมะละกามีชุมชนอยู่ในรัฐปีนัง
สภาพภูมิอากาศของมาเลเซีย
สภาพภูมิอากาศของประเทศมาเลเซียมีลักษณะอากาศคล้ายคลึงกับภาคใต้ของไทย แต่ เนื่องเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นสูตรและได้รับอิทธิผลจากลมมรสุมจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ จึงมีผลทำให้อุณหภูมิไม่สูงมากเกินไปแต่มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปี และจะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าประเทศไทยทำให้ไม่มีฤดูแล้ง
โซนเวลาของมาเลเซีย
เขตเวลามาตรฐานของประเทศมาเลเซียใช้เวลามาตรฐาน และไม่มีการปรับเปลี่ยนเวลาตามฤดูกาล เมื่อเปรียบเทียบระยะเวลาที่แตกต่างจาก มาเลเซียกับเวลาของประเทศไทย เวลาในประเทศมาเลเซียจะเดินเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง
ค่าเงินที่ใช้ในมาเลเซีย
การใช้จ่ายในประเทศมาเลเซีย จะใช้เป็นสกุลเงิน ริงกิต ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยน 1 ริงกิตมาเลเซีย = 10.40 บาท หรืออาจจะมีอัตราการแลกเปลี่ยนขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งก่อนแลกควรเช็คอีกครั้ง
ระบบไฟฟ้าในประเทศมาเลเซีย
ประเทศมาเลเซียมีระบบการใช้ไฟฟ้าเป็นแบบ 240 โวลต์ และมีความถี่ 50 เฮิร์ซ โดยใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาแบน หากนักท่องเที่ยวต้องการจะนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่มาเลเซีย ควรพก แอดปเตอร์ไปด้วย
การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว
การใช้โทรศัพท์ทางไกล เมื่อโทรสายตรงออกจากประเทศมาเลเซีย กดรหัส 60+ และสิงคโปร์ รหัส 65 ให้กดรหัสโทรออกต่างประเทศ 001, 002 หรือ กด008 ก่อนตามด้วยรหัสของประเทศและ รหัสพื้นที่ ต่อด้วยหมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
หรือหากไปเที่ยวที่เมเลเซียเพียง 3 วัน อาจซื้อซิม วันทูคอลไปใช้งานที่เมเลเซีย 3 มีแพ็คเกจ มาเลเซีย 3 วัน แบบอัลลิมิเตดเพียง 950 บาท ไม่รวม vat โดยใช้งานได้กับเครือข่าย Maxisการสมัครเพียงกด*111*3009 # แล้วโทรออก และรอรับข้อความยืนยัน ซึ่งมันจะเชื่อมต่อได้แบบไม่จำกัดทันที ซึ่งเมื่อซื้อซิมการ์ด วันทูคอลมาแล้ว รอ 24 ชั่วโมง แล้วสมัครบริการข้ามแดนอัตโนมัติได้โดย กด *125 แล้วโทรออก ซึ่งไม่มีค่าบริการใดๆ
ส่วนใครที่จะซื้อซิมการ์ด ที่สนามบิน KLIA ก่อนเข้า ตม จะมีบู้ทขายซิมการ์ดอยู่ประมาณ 2-3 เจ้า ทางร้านจะถามว่าจะอยู่มาเลเซียกี่วัน แล้วเค้าจะแนะนำแพคเก็จให้ อาจเปิดซิมกับเติมเงินสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ต
สินค้าและของฝากจากมาเลเซีย
มาเลเซียถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่ใกล้กับประเทศไทยมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่ที่อยู่ทางภาคใต้ มักจะเดินทางไปซื้อของที่ตลาดปีนังกันมากมาย นั่นเพราะมาเลเซียก็มีสินค้าและของฝากมากมายโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวที่อยากจะซื้อของที่ระลึกหรือของฝาก
รูปปั้นนกอินทรี
รูปปั้นนกอินทรีเป็นสัญลักษณ์แห่งลังกาวีหา ที่สามารถหาซื้อได้บริเวณจัตุรัสนกอินทรี และชายหาดต่าง ๆ
รองเท้าจิ๋ว
รองเท้าเป็นของที่ระลึกจากมะละกา ซึ่งเป็นเกี๊ยะไม้คู่จิ๋วที่ตกแต่งลวดลายอันงดงาม และหาซื้อเกี๊ยะจิ๋วได้บริเวณร้านค้าบนถนนยองเกอร์
โมเดลตึกแฝด
เพราะตึกแฝดมาเลเซียเปโตรนาสเป็นตึกที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากมาย ทำให้มีโมเดลจำลองตึกแฝดออกมาจำหน่ายเพื่อเป็นของที่ระลึก รวมทั้งยังมีกล่องใส่นามบัตร เสื้อยืดพิมพ์ลาย ฯลฯ โดยหาซื้อได้จากย่านไชน่าทาวน์ และย่านบูกิตบินตัง
ช็อกโกแลต
ประเทศมาเลเซียมีช็อกโกแลตให้เลือกหลากหลายและราคาถูก เพราะที่มาเลเซียเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายช็อกโกแลตเป็นจำนวนมาก สามารถเลือกซื้อได้ในซูปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป
นอกจากนี้ยังมีผ้าบาติกหรือผ้าซงเก็ต ซึ่งเป็นผ้าปักดอกที่ทอแทรกด้วยด้ายสีเงินหรือสีทอง มีงานไม้ ภาพวาด และเครื่องจักสาน หาซื้อได้ที่เซ็นทรัลมาร์เก็ต หรือคราฟท์คอมเพล็กซ์ในกัวลาลัมเปอร์ และกัวลาตรังกานู รวมถึงบนเกาะลังกาวี ซึ่งแต่ละแห่งจะมีสินค้าหลากหลายให้เลือกแตกต่างกันไป
อาหารที่ขึ้นชื่อของมาเลเซีย
ด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติต่างๆ ของประชากรที่มาอยู่รวมกัน ที่ประเทศมาเลซีย ทำให้อาหารการกินในมาเลเซียมีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นที่กัวลาลัมเปอร์บนถนนเพทาลิง หรือย่านไชน่าทาวน์ในกัวลาลัมเปอร์ ที่ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารจีน และในฝั่งตรงข้ามสถานี Puduraya มีร้านอาหารอินเดียวหลายร้าน เพราะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียจึงสามารถชิมอาหารอินเดียได้เช่นกัน
อาหารทะเล
ที่ลังกาวี เมืองกัวห์ บนถนนเคอลิบัง ตลอดสองฝั่งทางบนถนนสายนี้เต็มไปด้วยอาหารทะเล และยังมีอาหารมุสลิม อาหารอาหรับ หรืออาหารมาเลย์ อย่างเนื้อย่างหรือสะเต๊ะ โดยจะเปิดให้บริการในช่วงค่ำ
อาหารจีน
ที่ตลาดเช้าในรัฐกลันตัน PasarSiti Khadijah จะเต็มไปด้วยสารพัดอาหารหวาน และอาหารคาว ซึ่งในปีนังเมืองจอร์จทาวน์ จะมีร้านอาหารจีนเป็นจำนวนมาก ที่น่าสนใจ คือ นาซิเลอมัก หรือข้าวหุงกับน้ำกะทิ กินกับแกง และยังมีปลาหมึกผัดน้ำขลุกขลิก โรยหน้าด้วยปลาตัวเล็กทอด แล้วราดซอส ส่วนเมนูขึ้นชื่อของรัฐตรังกานูคือ ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน หรือ บักกุดเต๋ และ ก๋วยเตี๋ยวผัดแบบมาเลย์
ข้าวมันไก่
ถนนยองเกอร์ มีอาหารที่ไม่ควรพลาดคือ ข้าวมันไก่ ซึ่งจะเสิร์ฟไก่สับมาพร้อมกับข้าวที่ปั้นเป็นลูกกลม ๆ จนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองมะละกา มีน้ำจิ้มที่คล้ายๆกับบ้านเรา
มะละกาทาร์ต
เป็นขนมหวานที่น่าลิ้มลองสำหรับมะละกาทาร์ต ซึ่งส่วนใหญ่คนที่สั่งอาหารคาวแล้ว มักจะตบด้วยอาหารหวาน และดื่มน้ำชาตัดแก้เลี่ยนเสมอ
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศมาเลเซีย
ประเทศมาเลเซีย เป็นกระเทศที่รวมคนหลากหลายเชื้อชาติเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งทำให้มีการสะท้อนออกมาเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่สามารถผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว โดยผ่านสิ่งก่อสร้างและประเพณีต่าง ๆ และที่มาเลเซีย ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมายที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมากันอย่างต่อเนื่อง
อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู
ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู เมืองรัฐซาราวัก คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่งดงามที่สุด ซึ่งที่นี่มีหินปูนรูปแปลกตาสวยงามราวกับงานศิลปะเรียงรายอยู่มากมาย ซึ่งเกิดจากฝีมือของธรรมชาติล้วน ๆ และยังมีถ้ำซาราวัก ถ้ำใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่สามารถใช้จุเครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 40 ลำได้อีกด้วย
ลังกาวี
บริเวณทะเลอันดามัน คือ ที่ตั้งของหมู่เกาะลังกาวี ที่ประกอบไปด้วยเกาะที่มีมากกว่า 99 เกาะ ที่อวดโฉมความงดงามตามแบบฉบับของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ป่าชายเลน ป่าฝน และภูเขาแต่ในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเข้ามาสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เช่น โรงแรมและร้านอาหารไปซึ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงโคจร
ทามาน เนการา
Taman Negara เป็นป่าฝนเขตร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่นี่เต็มไปด้วยพืชหายากนานาพันธุ์ และสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด เพราะเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ที่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลาช้านาน ที่นี่ยังมีเสือมาลายัน ช้างเอเชีย และกระซู่ ทำให้ Taman Negara ทามาน เนการา กลายเป็นสถานที่โปรดของคนรักการผจญภัยที่อยากจะใกล้ชิดกับสัตว์ป่า
กัวลาลัมเปอร์
กว่า 200 ปีก่อน กัวลาลัมเปอร์เคยเป็นแค่เมืองขุดเหมืองของมาเลเซีย และเป็นเมืองที่เงียบเหงาแต่ในปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน และเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปแหล่งชิมหรือแหล่งชมวิวสูงบนตึกระฟ้า ซึ่งสามารถตอบโจทย์ของคุณได้อย่างแน่นอน
ปีนัง
เกาะปีนังอยู่บริเวณช่องแคบมะละกา เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเมืองจอร์จทาวน์บนเกาะแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน จึงถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่งและยังเป็นแหล่งขนส่งติดต่อกับชาวต่างชาติ ทำให้ปีนังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวและซื้อของที่ระลึกกลับไปเป็นของฝากมากมาย
กูชิง
เป็นที่พักที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งที่นี่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเกาะบอร์เนียว เหมาะสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะอยู่ระยะยาว คุณสามารถแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ อย่างวัดโทวเปกกง วัดจีนที่เก่าแก่ที่สุด หรืออาคารราชการ เดวาน อันดันกัน เนเกรี ที่มีรูปทรงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
โคตา คินาบาลู
Kota Kinabalu เป็นบริเวณเมืองหลวงของรัฐซาบาห์ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อมากมาย โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติคินาบาลู และอุทยานสัตว์ป่า ลอค คาวี ซึ่งมีสัตว์ป่าอย่างลิงจมูกยาว,เสือ,ช้าง และ ลิงอุรังอุตัง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม สไตล์เอาท์ดอร์แบบแอดเวนเจอร์ให้ทำมากมาย อย่างการตั้งแคมป์, เดินป่าและปีนเขา รวมถึงล่องเรือก็มีครบวงจรอีกด้วย
คาเมรอน ไฮแลนด์
หลายคนที่หนีจากความร้อนแล้วมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ คาเมรอน ไฮแลนด์ ที่อยู่บนภูเขาติติวังซา เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่ของที่มาเลเซีย ที่มีบรรยากาศสวยตรึงตาตรึงใจ เพราะมีทั้งสวนดอกไม้, ไร่ชา และสวนผักผลไม้ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ตลอดเทศกาล และยังสามารถถแวะชมพิพิธภัณฑ์ ไทม์ ทันเนล เพื่อดูประวัติความเป็นมาของที่นี่ได้เช่นกัน
มะละกา
มะละกามีสิ่งก่อสร้างจากศิลปะที่แตกต่างปะปนอยู่ด้วยกัน ทำให้กลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่งดงาม ทั้งวัดจีนเก่าแก่ เช็งฮุนเต็ง และสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของชาวดัตช์
โกตาบารู
ทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาที่Kota Bharuไม่ขาดสาย ซึ่งโกตาบารูอยู่ใกล้เขตชายแดนบ้านเรา สถานที่ไม่ควรพลาดของที่นี่ ก็คือ พิพิธภัณฑ์ Museum of Royal Traditions and Ceremonies เป็นปราสาทไม้ที่มีทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของราชวงศ์ และที่นี่ยังมีตลาดกลางขนาดใหญ่ที่ชื่อ และสามารถหาซื้อของกินได้อีกด้วย
ตึกแฝดเปโตรนาส
เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก สร้างโดยบริษัทปิโตรเลียมเนชั่นแนลเบอ์ฮาด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายน้ำมันของมาเลเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถยืนชมความงามของตึกได้จากภายนอก โดยยืนอยู่ฝั่งน้ำพุกำลังเริงระบำและสามารถเข้าไปในตึกเพื่อชมทิวทัศน์ของกัวลาลัมเปอร์จากสกายบริดจ์ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชั้นที่ 41 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
หอคอยกัวลาลัมเปอร์
KL Tower หอคอยกัวลาลัมเปอร์ ชั้นบนสุดของหอคอยมีผนังกระจกรอบด้านเพื่อเป็นจุดชมทิวทัศน์ และที่นี่ยังเป็นสถานีส่งสัญญาณโทรคมนาคม และเป็นที่ตั้งของภัตตาคารเสรีอังกาซารีโวลวิง
อนุสาวรีย์แห่งชาติมาเลเซีย
อนุสาวรีย์ทหารอาสาหรือ อนุสาวรีย์แห่งชาติมาเลเซีย สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารหาญที่เสียชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2 สมัยที่ญี่ปุ่นบุกยึดมาเลเซีย และทำการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ซึ่งอนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุง และมีการตกแต่งให้เป็นสวนสาธารณะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทั้งชาวมาเลเซียและชาวต่างชาติเดินทางมาชมกันเป็นจำนวนมาก
จตุรัสเมอร์เดกา
จตุรัสเมอร์เดกา เป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ที่ซึ่งธงชาติอังกฤษถูกปลดลงแล้วแทนที่ด้วยธงชาติมาเลเซีย ตั้งอยู่ ณ จุดบรรจบของแม่น้ำคลางกับแม่น้ำกอมบัก เมอร์เดกา หมายถึงเอกราช ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่เสาธงขนาดใหญ่สูงถึง 100 เมตร และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมอังกฤษ จตุรัสเมอร์เดกา เป็นสถานที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ของชาติ เป็นอยู่ที่จตุรัสกลางเมืองหลวงมาเลเซีย ซึ่งมีความหมายต่อประชาชนชาวมาเลเซีย เพราะเป็นสถานที่จัดพิธีคืนความเป็นเอกราชให้กับเจ้าของประเทศ หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกนานกว่า 446 ปี ในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี มีประชาชนชาวมาเลเซียร่วมในพิธีหลายหมื่นคนเพราะจะมีพิธีสวนสนามและเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่
อาคารสุลต่านอับดุลซามัด
ตั้งชื่อตามพระนามของสุลต่านแห่งสลังงอร์ ปัจจุบันเป็นอาคารสำนักงานของศาลฎีกา ปัจจุบันใช้อาคารที่ทำการของรัฐบาล อาคารสุลต่านอับดุลซามัค และ หอนาฬิกา สูง 40 เมตร เป็นตัวอาคารเก่าแถบ Merdeka Square และเป็นสถาปัตยกรรม แบบ มัวร์ ส่วนที่เป็นหอนาฬิกาสูง 40 เมตร เรียกกันว่าเป็น บิ๊กเบนของมาเลเซียที่ด้านบนจะเป็นโดมขนาดใหญ่สีทอง
พระราชวังอิสตาน่าไนการ่าแห่งชาติ
พระราชวังอิสตาน่าไนการ่าแห่งชาติ พระราชวังแห่งนี้จะเป็นกลุ่มอาคารรูปทรงโดมเชื่อมกับทางหลวงไปยังตัวเมือง สถานที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดี ซึ่งจะมีถนนทางเข้าพิเศษหลายเส้นทาง ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 100,000 ตาราง
เทศกาลสำคัญของมาเลเซีย
เดือนมกราคม จะมีเทศกาลแข่งเรือนานาชาติ จัดขึ้นที่ Royal LankawiYatch Club เกาะลังกาวี และยังมีเทศกาลอื่นๆ ด้วยความหลากหลายของชุมชนที่หลากวัฒนธรรม ทำให้ในแต่ละเดือนที่มีความโดดเด่นและสำคัญไม่แพ้กัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาร่วมงานกันตลอดเทศกาล
เทศกาลโคมไฟ
ในเมืองมะละกา มีเทศกาลโคมไฟ จัดขึ้นบนถนนยองเกอร์ ตามบ้านเรือนแหละโบราณสถานจะประดับโคมไฟอย่างสวยงาม อีกทั้งถนนสายนี้ยังถูกจัดให้เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและศิลปวัฒนธรรม
เทศกาลไทปูซัม
เทศกาลไทปูซัม เป็นขบวนแห่พระราชรถและการทรมานตนด้วยเหล็กแหลมของเหล่าสาวก ถือว่าเป็นเทศกาลใหญ่ของศาสนาฮินดู จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม หรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ จัดขึ้นที่ถ้ำบาตู เพื่อเทิดพระเกียรติเทพเจ้ามูรูก้า
ซิตี้เดย์
ซิตี้เดย์ เป็นวันดินแดนแห่งสหพันธรัฐ ในงานจะเต็มไปด้วยขบวนพาเหรด พลุ ดอกไม้ไฟ และการละเล่นต่าง ๆ ซึ่งจัดขึ้นที่กัวลาลัมเปอร์ทุกวันที่ 1 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อระลึกถึงการประกาศเป็นสหพันธรัฐ โดยมีกัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองหลวง
วันชาติมาเลเซีย
ทุกวันที่ 31 สิงหาคม ถือเป็นวันชาติมาเลเซีย มีการแสดงต่าง ๆ ขบวนพาเหรด พลุและดอกไม้ไฟ เป็นการจัดงานเฉลิมฉลองที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองหลวงของแต่ละรัฐทั่วประเทศจะ
เทศกาลฮารีรายออิดิลฟิตรี้
เทศกาลฮารีรายออิดิลฟิตรี้ชาวมุสลิมจะประดับประดาบ้านเรือนด้วยโคมไฟในยามค่ำคืน เป็นการฉลองหลังถือศีลอดของชาวมุสลิม โดยและมีพิธีละหมายอิดิลอัฎฮาที่มัสยิด
นอกจากนี้ยังมีเทศกาลตรุษจีน ที่จัดขึ้นในย่านไชนาทาวน์ของทุกเมืองรวมถึงเทศกาลอาหารนานาชาติ จัดขึ้นที่ เมืองปีนัง หรือ Malaysia Water Festival การแข่งขันกีฬาทางน้ำที่ซีนัง ชายหาดบนเกาะลังกาวี เทศกาลอาหารและผลไม้ จัดขึ้นที่จัตุรัสเมอร์เดกา กัวลาลัมเปอร์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเทศกาลล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาร่วมงานกันมากมาย
การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศมาเลเซีย
การเดินทางไปประเทศมาเลเซีย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเลือกเดินทางได้หลายสไตล์ คือ
การเดินทางโดยเครื่องบิน
จากกรุงเทพไป กัวลาลัมเปอร์,ปีนัง,กัวล่า เทเร็งกานู ,ลังกาวี,โคต้า คินาบาลู ซึ่งสามารถใช้บริการจากสายการบิน Thai Lion Air,แอร์ เอเชีย,อมาลินโดแอร์ ,Malaysia Airlines ,ไทเกอร์แอร์ ,Ethiopian Airlines ,การบินไทย, บางกอกแอร์เวย์ ,อียิปต์แอร์ ,ฟินแอร์
การเดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศ
หากใครที่ไม่จำกัดเวลาในการเดินทาง และชอบนั่งรถมากกว่าเครื่องบิน ลองใช้การเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศจากกรุงเทพฯ สู่เมืองหาดใหญ่ แล้วเดินทางต่อเข้าไปยังมาเลเซียด้วยรถตู้ปรับอากาศ ถือเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวก และยังประหยัดอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปมาเลเซียได้โดยการโดยสารรถไฟ หรือ อาจขับรถยนต์ส่วนตัวไปก็ได้ แต่การขับรถเข้าไปมาเลเซียเอง จะมีค่าใช้จ่ายสูง
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนการเดินทางไปประเทศมาเลเซีย
เพราะมาเลเซียเป็นแหล่งรวมหลากเชื้อชาติ ศาสนา ผู้มาเยือนควรทักทายด้วยคำว่า สลาม เป็นการทักทายตามประเพณีทางศาสนาอิสลาม ด้วยการยื่นมือทั้งสองมาสัมผัสกัน แล้วดึงมือกลับแล้วมาไว้ที่หน้าอกเป็นวิธีการ แสดงออกซึ่งเป็นการทักทายที่มาจากใจ
ในมาเลเซียจะใช้นิ้วโป้งด้านขวาชี้แทนและกำนิ้วที่เหลือไว้กับฝ่ามือ เพราะการใช้นิ้วชี้ไปยังสถานที่ สิ่งของ หรือคน ถือเป็นการไม่สุภาพ ส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปยังสถานที่สำคัญทางศาสนา ต้องถอดรองเท้าเสมอ และที่นี่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องต้องห้าม ส่วนผู้ที่มียาเสพติด หรืออาวุธ ไว้ในครอบครอง มีโทษประหารชีวิตสถานเดียวและไม่มีการลดหย่อน
นักท่องเที่ยวต้องแต่งกายให้เหมาะสม สตรีควรแต่งกายสุภาพ ให้กระโปรงยาวคลุมเข่า ห้ามใส่เสื้อกล้าม หรือทีเชิ้ต กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ผู้ชายควรใส่เสื้อมีปกและกางเกงขายาว ผู้หญิง ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่เปิดมากเกินไป ที่สำคัญควรต่อรองราคารถแท็กซี่ที่จอดอยู่ตามสถานีรถไฟ สถานีขนส่งรถปรับอากาศหรือสนามบิน ควรตรวจสอบสถานที่ให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง หรืออาจนั่งรถเมล์โดยสาร หรือ รถไฟใต้ดิน ที่ปัจจุบันเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายมาก
ด้วยความที่มาเลเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ที่ผสมผสานทางวัฒนธรรม ที่อาจเปรียบได้กับถ้วยสลัดชามใหญ่ ที่สามารถใส้ทุกอย่างรวมลงไป แม้จะมีผักหลากสี และรสชาติของน้ำสลัดที่หลากหลาย แต่เมื่อนำมาผสมรวมกัน ก็จะทำให้เกิดความกลมกล่อมอย่างลงตัว เหมือนกับการที่นำเอาวัฒนธรรมของชาติต่างๆ ในเอเชียมารวมไว้ที่ เดียว ทำให้มาเลเซียได้รับฉายาว่า Malaysia truely asia