เที่ยวภูฏานวิมานมังกรสันติ
ด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเขาสูงกว่า 2,000 เมตรสลับกับ ภูเขาสูงชันกว่า 7,000 เมตร
จึงเป็นที่มา ของชื่อ “ภูฏาน” แปลว่าดินแดนบนที่สูง หรือ อาณาจักรบนฟ้า
แต่ชาวภูฏานเรียกประเทศตนเองว่า “ดรุกยุล” หรือดินแดน แห่งมังกรผู้รักสันติและเรียกเผ่าพันธุ์ตนว่า “ดรุกปา” หรือชาวมังกรสันติ
ดินแดนแห่งขุนเขาอันลึกลับแห่งนี้ทำให้ผู้ไปเยือน ชื่นตาสบายใจกับสายธารใสบริสุทธิ์ที่ทอดยาวไกล
ไปท่ามกลางความเขียวขจีของทุ่งนาป่าเขา จนเป็นอีกที่หนึ่งในโลกที่ได้ สมญานามว่า “สวิสแห่งเอเชีย”
ออกเดินทางสู่ เมืองพาโร ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน ดรุ๊กแอร์ เที่ยวบินที่ KB-153
ประเทศภูฏาน (Bhutan) หรือ ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย(Himalayas) มีพรหมแดนติดกับทิเบต (Tibet) และ อินเดีย (India) ที่นี่มีเทือกเขาจำนวนมากจึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย” เป็นประเทศดินแดนรวมแหล่งอารยธรรมต่าง ๆ ภูฏานนั้นมี 4 ฤดู คือ
ฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือน มีนาคม - พฤษภาคม เป็นช่วงดอกไม้กำลังเบ่งบานทั้งหุบเขา
ฤดูร้อนและฝน ระหว่างเดือน มิถนายน - สิงหาคม พืนป่าเขียวขจี ท้องฟ้าสีสันสดใส น้ำตกสวยงาม
ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือน กันยายน - พฤศจิกายน เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเหลืองทองอร่าม อากาศปลอดโปร่ง
ฤดูหนาว ระหว่างเดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็น ถึง อาจมีหิมะตกบ้าง ท้องฟ้าสีคราม
โดยอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10 องศา โดยแต่ละฤดูกาลจะมีเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ทำให้เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้ตลอดทั้งปี
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่าน สักการะองค์หลวงพ่อสัจจธรรม (Buddha Dordenma Statue) ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก โดยได้รับความแรงศรัทธาจากมหาเศรษฐีชาวสิงค์โปร์ ที่บริจาคเงินซื้อที่ดินและสร้างพระพุทธรูปให้แก่รัฐบาลประเทศภูฏาน มีเวลาให้ท่านไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคล
จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองพูนาคา แวะชม โดชูลาพาส (Dochula Pass) ท่านจะได้ชมความงามของเจดีย์ บนระดับความสูง 3,150 เมตร จากระดับน้ำทะเล พร้อมวิวทิวทัศน์ของภูเขาหิมาลัยอันตระการตา และยอดเขาต่าง ๆ เรียงรายกัน
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม สวนสัตว์แห่งชาติของประเทศภูฏาน (National Zoo) ชม สัตว์ประจำชาติทาคิน (Takin) ที่มีรูปร่างลักษณะพิเศษผสมระหว่างแพะกับวัว มีแห่งเดียวในประเทศภูฏานเท่านั้น ทาคินเป็นสัตว์ในตำนานประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ วัดทักซัง (Taktshang Monastery) หรือ วัดถ้ำเสือ (Tiger's Nest in Bhutan) มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ สร้างอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 900 เมตร ตั้งแต่ศตวรรษที่ ชาวภูฏานมีความเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิต จะต้องได้ขึ้นมาแสวงบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเจริญก้าวหน้าของชีวิต ส่วนชื่อเรียก "ถ้ำเสือ" ของวัดนี้ได้มาจากตำนานที่เล่าขานต่อ ๆ กันมาว่า พระรินโปเชผู้เผยแผ่นิกายมหายานในภูฏานได้ขี่หลังเสือเหาะมายังหน้าผาแห่งนี้ และเข้าไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้ำเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นใน พ.ศ. 2227 มีการสร้างวัดขึ้นที่นี่ และด้วยความสูงของผา ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ รถจะสามารถขึ้นได้แค่เนินเขาด้านล่างเท่านั้น
จากนั้นทุกท่านสามารถเลือกเดินทางได้ 2 แบบ คือ เดินเท้า หรือ ขี่ม้า,ขี่ลา,ขี่ล่อ เท่านั้น การเดินขึ้นไปยังวัด จะแบ่งเป็นช่วงแรกใช้เวลาเดินราว 2 ชม. จะถึงจุดแวะพักแรก ให้ท่านได้พักดื่มน้ำชา กาแฟ จากนั้นเดินเท้าต่ออีกราว 1 ชม. ก็จะถึงจุดชมวิวที่สอง จากนั้นเส้นทางจะเปลี่ยนเป็นบันไดขึ้นลง เข้าสู่วัดทักซัง นำทุกท่านสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านใน และชมความงามของธรรมชาติบริเวณรอบวัดอย่างวิจิตรลงตัว (การเดินทางขึ้นชมวัดทักซัง ทางบริษัทแนะนำให้ท่านเดินเท้าขึ้นจะสะดวกและปลอดภัยมากกว่า แต่ถ้าหากท่านใดต้องการขี่ม้า รบกวนแจ้งกับทางหัวหน้าทัวร์ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวันล่วงหน้า เพื่อทำการจองม้าให้ท่าน ค่าใช้จ่ายในการขี่ม้า 25 USD ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ จะขี่ม้าช่วงขาขึ้นเขาได้จนถึงจุดแวะพักแรกเท่านั้น)
นำทุกท่านเดินเท้าลงจากเขา (ไม่อนุญาตให้นั่งม้าลงมาด้านล่างได้)
นำท่านชม วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) หนึ่งในวัดที่เก่าแก่ในประเทศภูฏาน สมัยศตวรรษที่ 7 วัดนี้เป็นวัดที่มีความเชื่อว่าสร้างไว้เพื่อตรึงเท้าซ้ายของนางยักษ์ตนหนึ่งที่นอนทอดร่างปิดทับประเทศทิเบตและเทือกเขาหิมาลัยไว้ โดยวัดคิชู ลาคัง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภูฏาน
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินพาโร เพื่อนำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ