02.10 น.
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอิหม่ามโคมัยนี (IKA) ซึ่งอยู่ทางใต้ของกรุงเตหะรานประมาณ 35 กิโลเมตร (สุภาพสตรีกรุณาคลุมผมให้เรียบร้อยก่อนลงจากเครื่อง) เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักในสนามบิน
พักที่
Remix Airport Hotel Tehran หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารของโรงแรม
จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองคาชาน (Kashan) ระยะทาง 230 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที คาซาน..เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่ประมาณ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ตัวเมืองที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 11-13 สมัยที่พวกเซลจุกเติร์กมีอำนาจปกครองเหนืออาณาจักรเปอร์เซีย (ประมาณ ปี 1051-1220 ) และเมืองนี้เริ่มมีชื่อเสียงทางด้านการทำเครื่องปั้นดินเผา กระเบื้องเคลือบ และการทอผ้า ทอพรม ต่อมาในยุคการปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิดที่การค้าขยายตัวเป็นอย่างมากนั้นก็ยิ่งทำให้เมืองคาชานเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นไปอีกชมคฤหาสน์เศรษฐีชื่อ Borujerdi Ancient House ที่มีมาตั้งแต่ยุคที่เมืองคาชานเคยรุ่งเรืองบนเส้นทางการค้าในอดีตสมัยราชวงศ์ซาฟาวิดปกครองเปอร์เซีย (ศตวรรษที่ 16-18) ซึ่งเป็นยุคที่การค้ารุ่งเรืองสูงสุด และเมืองคาชานก็เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการค้าแห่งยุคที่มีความสำคัญอีกเมืองหนึ่ง มีพ่อค้าวาณิชย์ที่เป็นมหาเศรษฐีมากมาย คฤหาสน์เศรษฐีหลังนี้ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายหลังที่เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนยุคปัจจุบันให้ได้ย้อนรอยระลึกถึงความมั่งคั่งในอดีต
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
เมื่อถึงแล้วนำท่านชม ตำหนักสวนฟิน (Fin Garden) ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์ซาฟาวิดเมื่อสี่ร้อยกว่าปีที่แล้วที่ร่มรื่นสวยงามด้วยการตกแต่งในแบบสวนเปอร์เซียที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน
นำท่านชม โบรูเจอร์ดีเฮ้าส์ (Borujerdi House) คฤหาสน์หลังนี้ ได้ถูกสร้างขึ้ นโดยพ่อค้าที่มีชื่อเสียงของเมืองคาชาน ชื่อว่า ฮัจ เซเยส จาฟาร์ นาทานซี เพราะว่าได้ทำการส่งสินค้าออกไปยังเมืองบรูเจอร์ดี บ้านหลังนี้ ได้ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ.1875 ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 18 ปี ภายในประกอบไปด้วยสนามหญ้าที่ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้ และตัวบ้านมีลักษณะเป็นช่องลมเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเท และหมุนเวียนอีกทั้งยังท าการตกแต่งลวดลายฝาผนังด้วยการแกะสลักปูนปั้น และทาสีให้มีความสวยงามตามแบบลักษณะของอิหร่าน
นำท่านชม โรงอาบน้ำสุลต่านอาเมียร์ อาห์เหม็ด (Sultan Amir Ahmad Bathhouse) โรงอาบน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษ 16 ตรงกับสมัยราชวงศ์ซาฟาวิดแห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย ในอดีตทุก ๆ เมืองประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างสำคัญทั้งหมด 5 อย่าง ได้แก่ มัสยิด ย่านการค้า บ้านเรือน โรงอาบน้ำ และอ่างเก็บน้ำ ซึ่งถือว่าโรงอาบน้ำแห่งนี้เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะที่มีความสำคัญมากของเมืองคาชานสำหรับชาวเปอร์เซียนอกจากจะเข้ามาชำระร่างกายแล้ว โรงอาบน้ำยังเป็นสถานที่ในการเข้ามาพบปะพูดคุยไปจนถึงการกระจายข่าวลืออีกด้วย ซึ่งภายในโรงอาบน้ำเป็นหลังคาก่ออิฐทรงโดมประดับประดาด้วยกระเบื้องสีฟ้าครามและสีทองที่มีการทำลวดลายอันวิจิตรงดงามเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นจนไม่อาจละสายตา โดยโรงอาบน้ำมีการแบ่งเป็นสัดเป็นส่วน ได้แก่ ซาร์บิเนห์ (Sarbineh) เป็นโซนห้องแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจ บริเวณนี้จะเป็นห้องโถงแปดเหลี่ยมที่มีสระน้ำพุแปดเหลี่ยมตั้งอยู่ตรงกลาง ต่อมาคือ การ์มคาเนห์ (Garmkhaneh) เป็นส่วนหลักของโรงอาบน้ำที่ให้ผู้คนเข้าไปชำระร่างกาย ขัดผิว หรือนวดเพื่อผ่อนคลายร่างกาย และ คาซิเนห์ (Khazineh) เป็นโซนสุดท้ายของการอาบน้ำในการล้างเนื้อล้างตัวก่อนอาบน้ำเสร็จ นอกจากภายในโรงอาบน้ำที่มีความหรูหราแล้ว หลังคาของโรงอาบน้ำแห่งนี้ก็มีความโดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยบริเวณโดมของหลังคามีการเจาะรูวงกลมประดับด้วยกระจกนูนเพื่อใช้เป็นช่องแสงส่องเข้ามาภายในโรงอาบน้ำให้มีความสว่าง และยังสามารถขึ้นมายังบนหลังคาเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของเมืองคาชานจากมุมสูงได้อีกด้วย! ปัจจุบันโรงอาบน้ำสุลต่านอาเมียร์ อาห์เหม็ดกลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอิหร่าน ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเก่าแก่ของชาวเปอร์เซีย
เดินทางต่อสู่ หมู่บ้านอะบียาเน่ห์ (Abyaneh Village) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งซ่อนตัวอย่างเงียบสงบอยู่บนเทือกเขาซาโกรซที่ระดับความสูง 1,850 เมตรที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม และบ้านทุกหลังยังคง สร้างด้วยดินเหนียวเช่นเดียวกับในอดีตเมื่อสองพันปีที่แล้วทำให้บ้านทุกหลังมีสีสันสวยงามออกโทนสีชมพู-แดงด้วยสีธรรมชาติของดินสวยงามไปทั้งหมู่บ้าน
เดินทางต่อสู่ เมืองอิศฟาฮาน (Isfahan) ใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองอิศฟาฮานเป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเปอร์เซียแห่งยุคที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษ ที่ 17-18 ซึ่งอาณาจักรเปอร์เซียมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่นภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิดซึ่งเป็นชาวเปอร์เซียแท้ และเมืองหลวงอิศฟาฮานก็กลายเป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการปกครองและเมืองศูนย์กลางทางการค้าจนได้รับฉายาว่า “Esfahan is half of the world” ใครต้องการสินค้าอะไรก็ต้องไปซื้อหากันที่อิศฟาฮานยิ่งกว่านั้นยังเป็นช่วงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียได้เชื่อมสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรต่างๆ รวมทั้งสยามซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่
Piroozy Hotel Isfahan หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)